ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล

  คำขวัญ    เครือข่ายชุมชนเพื่อนเรียนรู้ วิชาการงานอาชีพคู่ การพัฒนา
         
       ยกระดับการศึกษา นวัตกรรมล้ำหน้า
                 สร้างสังคมอุดมปัญญา พึ่งพาเศรษฐกิจพอเพียง

 ปรัชญา

  “สังคมอุดมปัญญา   พึ่งพาเศรษฐกิจพอเพียง


 วิสัยทัศน์

  กศน. ตระการพืชผล   ส่งเสริมการเรียนรู้  เชิดชูคุณธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง

 

อัตลักษณ์

           ใฝ่เรียนรู้  คู่คุณธรรม  อยู่อย่างพอเพียง

 

เอกลักษณ์

 ศูนย์กลางการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

         

พันธกิจ

๑. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตลอดชีวิต

๒. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชน ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

๓. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ ให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

     ๔. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผล ในทุกรูปแบบ

      ๕. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการเพื่อมุ่งจัดการศึกษาที่มีคุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

 

      

 

 

เป้าประสงค์และตัวชี้วัดความสำเร็จ

เป้าประสงค์

ตัวชี้วัดความสำเร็จ

๑.คุณภาพผู้เรียน/ผู้รับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

๑. ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
๒. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
๓. ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
๔. ผู้เรียน คิดเป็นทำเป็น

๕. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๖.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่อง

๗.  ผู้เรียนมีงานทำหรือมีรายได้เสริม มีทักษะในการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต

๘. ความพึงพอใจต่อการให้บริการการศึกษาตามอัธยาศัย

๒.คุณภาพการจัดการศึกษา/การให้บริการ

๑. คุณภาพของหลักสูตร

๒.  คุณภาพของครู

๓.  คุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครู และผู้สอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

๔. คุณภาพผู้สอน/วิทยากร การศึกษาต่อเนื่อง

๕. คุณภาพสื่อที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนและผู้รับบริการ

๖. คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 

๗. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้           

                           

      เป้าประสงค์

ตัวชี้วัดความสำเร็จ

 

๓. การบริหารการศึกษา

๑. คุณภาพของการบริหารสถานศึกษา

๒. ระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ

๓. ผลการบริหารความเสี่ยง
๔. ผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา
๕. ผลการปฏิบัติตามบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา

 

๔. การประกันคุณภาพการศึกษา

 

๑. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

๒. การประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยต้นสังกัด

 

  ๕.อัตลักษณ์ของสถานศึกษา

๑. ผลการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายตามปรัชญา พันธกิจ และวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถานศึกษา

๒. ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถานศึกษา

 

 6.มาตรการส่งเสริม

 

๑. ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายทางศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
๒. ผลที่เกิดจากการส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน

 

 

กลยุทธ์ในการทำงาน

                 กลยุทธ์ที่  ๑ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย  ประสานงานภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษา
                 กลยุทธ์ที่  ๒ 
จัดกิจกรรมหลากหลาย  ขยายผลการดำเนินงาน ครอบคลุมทุกพื้นที่
                 กลยุทธ์ที่  ๓ 
สร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างทั่วถึงเพื่อตอบสนอง
                                   ความต้องการของชุมชน

                 กลยุทธ์ที่  ๔ 
พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ
                 กลยุทธ์ที่  ๕
  พัฒนาหลักสูตร  สื่อ วิธีการเรียนและกิจกรรมที่หลากหลาย

เป้าหมายปี  ๒๕๕๙

            ๑.ประชากรได้รับโอกาสทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบอย่างทั่วถึง  เท่าเทียมกัน และมีความเป็นธรรม  ดังนี้ 
                ๑.๑) กลุ่มวัยเรียนการศึกษาภาคบังคับ แต่อยู่นอกระบบโรงเรียน ( อายุ ๖-๑๔ ปี)
                ๑.๒) กลุ่มประชากรวัยแรงงาน (อายุ ๑๕-๕๙ ปี) ซึ่งแบ่งเป็น ๒ กลุ่มย่อย คือ
                      ๑.๒.๑  กลุ่มวัยแรงงานอายุ  ๑๕-๓๙ ปี เป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้เป็นกลุ่มแรก
                      ๑.๒.๒  กลุ่มวัยแรงงานอายุ ๔๐ – ๕๙ ปี เป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้รองลงมา
              ๑.๓)  ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้  กลุ่มผู้สูงอายุ คือ กลุ่มอายุ  ๖๐ – ๖๙ ปี
กลุ่มอายุ  ๗๐ – ๗๙ ปี  กลุ่มอายุ  ๘๐ – ๘๙ ปี  กลุ่มอายุ  ๙๐ ปีขึ้นไป                            

          . ประชากรวัยแรงงาน( อายุ ๑๕-๕๙ ปี) มีระดับการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นและมีอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืนบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
          ๓
. ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย  จาก ๒๓๔  หมู่บ้าน  มีฐานอาชีพที่กว้างและหลากหลาย สามารถพัฒนาไปสู่ระดับวิสาหกิจชุมชนที่มีความสามารถเชิงการแข่งขัน  และความเข้มแข็งของชุมชน
          ๔. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการการเรียนรู้ร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมอย่างสร้างสรรค์
          ๕. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ   ภาษาจีน และภาษากลุ่มประเทศอาเซียน และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิภาคและความเป็นประชาคมอาเซียน

          ๖.  ประสานองค์กรภาคส่วนต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่อง
          ๗.  พัฒนาสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีคุณภาพมาใช้ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง
          ๘. นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีคุณภาพมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
          ๙. กศน.ตำบลและศูนย์การเรียนชุมชนเป็นกลไกส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญาหาและพัฒนาชุมชนโดยใช้รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
          ๑๐. มีระบบการบริหารจัดการบริหารจัดการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีประสิทธิภาพ

. ที่ตั้ง
                ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๓         ถนนประเทศธุรกิจ  ตำบลขุหลุ  อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานี  (อาคารสำนักงานเทศบาลตำบลตระการพืชผลหลังเก่า) ๓๔๑๓๐
   โทร  ๐๔๕-๔๘๒๑๙๖   โทรสาร   ๐๔๕-๔๘๒๑๙๖                                                                E-mail   ksntrakan@gmail.com  Website  www. nfetrakan.ac.th

. ประวัติความเป็นมา
                 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล  (กศน.อำเภอตระการพืชผล)  เป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนที่อยู่ห่างไกล ได้ศึกษาเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันทางการศึกษา ลงวันที่   ๒๐  มกราคม  พ.๒๕๓๗  พร้อมกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภออื่นทั่วประเทศ ๗๘๙  แห่ง ในขณะนั้นเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน  กรมการศึกษานอกโรงเรียนกำหนดให้งานห้องสมุดประชาชน   เป็นงานหนึ่งของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ โดยมี นายประมวล  อุ่นใจ  หัวหน้าศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนคนแรก อาศัยอาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอตระการพืชผล  กรมการศึกษานอกโรงเรียน  ต่อมาในปี  พ.๒๕๕๑  ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ซึ่งเปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจากเดิมคือ  ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล  เป็นศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล  ชื่อย่อ กศน.อำเภอตระการพืชผล  มีผู้บริหารสถานศึกษา ดังนี้ือ  ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน

        ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๐  นายประมวล  อุ่นใจ  ได้ขออนุญาตใช้เนื้อที่ในการสร้างค่าย กศน.ตระการพืชผล จากทางองค์การบริหารส่วนตำบลเซเป็ด  เป็นเนื้อที่ ๖ ไร่ ซึ่งค่าย กศน.ตระการพืชผล ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๑๐  ถนนอุบลฯ-ตระการฯ  ตำบลเซเป็ด  อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานี

        ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๒  นายประมวล  อุ่นใจ  ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล  ได้ขออนุญาตใช้อาคารสำนักงานทะเบียนราษฎร์หลังเก่า  เป็นอาคารสำนักงาน  และได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งภายในและภายนอกอาคารสำนักงาน  ให้สวยงาม

        ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๔  นายประพิทย์  บุญสุข   ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโพธิ์ไทร  ได้มารักษาการแทน  นายประมวล  อุ่นใจ   ซึ่งลาออกไปลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)

        ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๕  นายประมวล  อุ่นใจ   กลับเข้ามารับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล   อีกครั้งหนึ่งจนถึงปี พ.ศ. 2548 และได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอกุดข้าวปุ้น

 

        ปี  พ.ศ. ๒๕๔๘  นายจรูญ  พิมพ์ศิริ  ย้ายมาจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเขมราฐ  มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล   และได้ขออนุญาตใช้อาคารสำนักงานเทศบาลหลังเก่า   เป็นอาคารสำนักงานศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล จนถึงปัจจุบัน

        ปี  พ.ศ. ๒๕๔๙  วันที่  ๑๔-๓๐  มิถุนายน  พ.๒๕๔๙  นายจรูญ  พิมพ์ศิริ  เข้ารับการอุปสมบทเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชย์สมบัติ  ครบ   ๖๐   ปี   มีนายชัยณรงค์   ป้องบ้านเรือ   ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนกิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก  มารักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล

         ปี  พ.ศ. ๒๕๔๙  นายจรูญ   พิมพ์ศิริ  ปฏิบัติราชการ ตำแหน่ง   ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอตระการพืชผล  จนถึงวันที่  ๒๖  มีนาคม  พ.๒๕๕๑  ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  มีนายจรูญ  พิมพ์ศิริ  รับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผลจนถึง วันที่  ๑๒  ตุลาคม  พ.๒๕๕๒

        วันที่  ๑๓  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๒  นายจรูญ   แสงสาคร  ย้ายมาจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุบลราชธานี  มาดำรงตำแหน่ง   ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผลจนถึง วันที่ ๓๐ กันยายน  พ.ศ. ๒๕๕๕
        วันที่  ๑
  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕  นายกุญชร  สุธรรมวิจิตร  ย้ายมาจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเขมราฐ  มาดำรงตำแหน่ง   ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล  จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

        วันที่  ๒  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๘  นางอุไร  ยืนสุข รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี มาดำรงตำแหน่ง   รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล  จนถึง วันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘

        วันที่  ๑  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕  นายอดิศักดิ์  คำภีระ  ย้ายมาจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสว่างวีระวงศ์  มาดำรงตำแหน่ง   ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล  จนถึงปัจจุบัน

จำนวนบุคลากร  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล

 

 

ที่

 

ตำแหน่ง

จำนวน

 

รวม

ชาย

หญิง

ข้าราชการ

ครูอาสาสมัคร กศน.

ครู กศน. ตำบล

๑๖

๒๓

ครู ศรช.

๑๓

๑๖

ครู ปวช.

บรรณารักษ์

-

ครูประจำกลุ่ม (คูปอง   อสม )

-

ธุรการ

-

รวม

๑๕

๔๒

๕๗

 

                                            

ข้อมูลพื้นฐานอำเภอตระการพืชผล

คำขวัญอำเภอตระการพืชผล

ตระการเมืองข้าวหอม   พรั่งพร้อมวัฒนธรรม   งามล้ำหอไตร  พระเจ้าใหญ่วัดศรี
              มากมีเกลือสินเธาว์  ชื่อเก่าบ้านขุหลุ  เชิดชูพุทธศาสน์  อุดมชาติด้วยพืชผล

ประวัติความเป็นมา

อำเภอตระการพืชผล เดิมมีฐานะเป็นเมืองเก่า  พระพรมวงศา (กุทอง)  ได้ขอบรมราชานุญาตตั้งขึ้นในปี พ.ศ.  ๒๔๐๖  (พร้อมกับการตั้งเมืองพิบูลมังสาหาร และเมืองมหาชนะชัย)  โดยยกฐานะบ้านสะพือเป็นเมืองตระการพืชผล  โปรดเกล้าแต่งตั้งให้ท้าวสุริวงศ์ (อ้ม)  พระอมรดลใจ ”  เป็นเจ้าเมือง  ท้าวพรมมา (บุตร)
เป็นอุปราช  ท้าวสีหาจักร เป็นราชวงศ์ และท้าวกุลบุตร (ท้าว) เป็นราชบุตร โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 
        ๓  เมือง  คือเมืองตระการพืชผล  เมืองพนานิคม  และเมืองเกษมสีมา  และขึ้นตรงต่อเมืองอุบลราชธานี

 

ปี  พ.ศ. ๒๔๔๓  -  พ.. ๒๔๔๕  มีการปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคครั้งใหญ่  เมืองตระการพืชผล     ลดฐานะเป็นอำเภอ ขึ้นตรงต่อเมืองอุบลราชธานี  ปี  พ.ศ.  ๒๔๕๒  ทางราชการปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคอีกครั้ง  โดยรวมเขตการปกครองภายในเขตอำเภอตระการพืชผล  เป็น อำเภอพนานิคม
(ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งอยู่ที่บ้านพนา)  ปี  พ.ศ.  ๒๔๕๗  ทางราชการเห็นว่าทำเล  ที่ตั้งของอำเภอพนานิคมไม่เหมาะสมจึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่  บ้านขุหลุ และเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอขุหลุ   เมื่อวันที่  ๒๔  เมษายน พ.. ๒๔๖๐  ในปี  พ.ศ. ๒๔๘๒   ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อเป็น  อำเภอพนานิคม ” 

ในปี  พ.ศ.  ๒๔๘๓   เพื่อเป็นการรักษาประวัติศาสตร์และความเป็นมาของอำเภอตระการพืชผล  จึงเปลี่ยนชื่อเป็น  อำเภอตระการพืชผล  อีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔  ทางราชการประกาศตั้งกิ่งอำเภอพนา  โดยแยกท้องที่     ตำบล  ที่เคยอยู่ในอำเภอพนานิคมเดิมออกจากเขตการปกครองอำเภอตระการพืชผล  และอำเภอตระการพืชผล  ยังคงมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งในเขตจังหวัดอุบลราชธานี จนถึงปัจจุบัน                                                                                                                                                                                                                                     
ที่ตั้ง
        อำเภอตระการพืชผลเป็นอำเภอชั้น ๒ อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีที่ตั้ง
อยู่ทางทิศเหนือของตัวจังหวัดโดยใช้ทางหลวงหมายเลข ๒,๐๕๐ ระยะทางประมาณ  ๕๐ กิโลเมตร
ห่างจากกรุงเทพมหานครเป็นระยะทางประมาณ  ๗๑๐ กิโลเมตร 
                                                                                          

อาณาเขต

        อำเภอตระการพืชผล มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๑,๔๖๕ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๙๑๕,๖๒๕ ไร่ ประกอบด้วย   ๒๓   ตำบล   (มี   ๒๓๔ หมู่บ้าน  )โดยมีอาณาเขตการปกครอง  ดังนี้

·            ทิศเหนือ            ติดกับเขตอำเภอกุดข้าวปุ้น  จังหวัดอุบลราชธานี

·       ทิศตะวันออก      ติดกับเขตอำเภอศรีเมืองใหม่  จังหวัดอุบลราชธานี

·       ทิศใต้                ติดกับเขตอำเภอดอนมดแดง อำเภอเหล่าเสือโก้ก   และอำเภอตาลสุม 

                               จังหวัดอุบลราชธานี

·              ทิศตะวันตก      ติดกับเขตอำเภอพนา  จังหวัดอำนาจเจริญ

การปกครอง

          การจัดแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาค  ปี  พ.. ๒๕๔๓   ตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่ 

ปี  พ.๒๔๕๗   แบ่งออกเป็น   ๒๓   ตำบล   จำนวน  ๒๓๔  หมู่บ้าน  ดังนี้

               . ตำบลกระเดียน                       แบ่งออกเป็น            หมู่บ้าน

               . ตำบลเกษม                           แบ่งออกเป็น     ๑๕      หมู่บ้าน

               . ตำบลกุดยาลวน                      แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               . ตำบลกุศกร                          แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

/..     . ตำบลขุ

               . ตำบลขุหลุ                            แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               . ตำบลขามเปี้ย                        แบ่งออกเป็น     ๑๒      หมู่บ้าน

               . ตำบลคำเจริญ                        แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

                . ตำบลคอนสาย                       แบ่งออกเป็น     ๑๐      หมู่บ้าน

               . ตำบลโคกจาน                        แบ่งออกเป็น     ๑๒      หมู่บ้าน

               ๑๐.ตำบลเซเป็ด                         แบ่งออกเป็น      ๑๐      หมู่บ้าน

               ๑๑.ตำบลตระการ                       แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               ๑๒. ตำบลตากแดด                      แบ่งออกเป็น     ๑๐      หมู่บ้าน

               ๑๓. ตำบลถ้ำแข้                         แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               ๑๔. ตำบลท่าหลวง                      แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               ๑๕. ตำบลนาพิน                        แบ่งออกเป็น     ๑๑      หมู่บ้าน  

                ๑๖. ตำบลนาสะไม                      แบ่งออกเป็น     ๑๓      หมู่บ้าน

               ๑๗. ตำบลโนนกุง                       แบ่งออกเป็น     ๑๒      หมู่บ้าน

               ๑๘. ตำบลบ้านแดง                      แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               ๑๙. ตำบลเป้า                           แบ่งออกเป็น      ๑๑       หมู่บ้าน

               ๒๐. ตำบลสะพือ                        แบ่งออกเป็น             หมู่บ้าน

               ๒๑. ตำบลหนองเต่า                    แบ่งออกเป็น            หมู่บ้าน

               ๒๒. ตำบลห้วยฝ้ายพัฒนา              แบ่งออกเป็น      ๑๒     หมู่บ้าน

               ๒๓ ตำบลไหล่ทุ่ง                        แบ่งออกเป็น      ๑๒     หมู่บ้าน

       

การจัดเขตการปกครองส่วนท้องถิ่น   ตามพระราชบัญญัติการปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งเป็น  ๒ รูปแบบ   คือ

-          รูปแบบเทศบาล  มีเทศบาล  ๑  แห่ง  คือ  เทศบาลตำบลตระการพืชผล  ซึ่งได้รับการยกฐานะจากสุขาภิบาลขึ้นเป็นเทศบาล ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาล  พ.. ๒๕๔๒  เมื่อวันที่  ๒๕  กรกฎาคม  พ.๒๕๔๒

-          รูปแบบองค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ปี พ.. ๒๕๓๗    มีเต็มพื้นที่  ๒๒  องค์การบริหารส่วนตำบล

 

ลักษณะภูมิประเทศ      สภาพทั่วไปเป็นที่ราบสูง

สภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

               ดิน  เป็นดินร่วนปนทราย   มีพื้นที่ดินเค็ม  ๔,๒๒๕  ไร่

               แหล่งน้ำที่สำคัญ  ลำเซบก และลำห้วยขุหลุ  อ่างเก็บน้ำห้วยถ้ำแข้ขนาดความจุ ๑๓.๗  ล้าน  ลบ.ม.

               แหล่งน้ำบาดาล  จำนวน ๑,๐๐๒  บ่อ   สามารถใช้ได้ทั้งหมด

               ป่าไม้   มีพื้นที่ป่าไม้ ๗๔,๔๑๒  ไร่  ป่าสงวน ๑๔๘,๒๙๓ ไร่  อุทยานฯ จำนวน  ๑๗,๕๗๐  ไร่ ป่าชุมชน  จำนวน ๓,๔๐๐  ไร่

                สาธารณูปโภค ไฟฟ้าครบทุกหมู่บ้าน ประปาส่วนภูมิภาคให้บริการในเขตอำเภอ จำนวน๑,๕๐๐ราย
                            โทรศัพท์ชุมสาย จำนวน ๖,๕๓๙
  แห่ง จำนวน ๗๒๐ เลขหมาย ไปรษณีย์ จำนวน ๑ แห่ง  

        สภาพเศรษฐกิจ 

               การเกษตร มีพื้นที่รวมทั้งอำเภอ ๓๗๒,๓๐๔ ไร่ มีพื้นที่ชลประทาน จำนวน  ๑๑,๖๑๔ ไร่ มีพื้นที่ทำนา  ๓๕๘,๒๒๙ ไร่  เป็นพื้นที่ทำไร่   ๔,๘๓๑ ไร่  พื้นที่ทำสวน  ๙,๒๔๔ ไร่  พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่  ข้าว  จำนวน  ๓๕๘,๓๓๙ ไร่   มันสำปะหลัง จำนวน    ๑,๖๐๘ ไร่

               การเลี้ยงสัตว์  ที่สำคัญ  ได้แก่  ไก่   โค   โคนม   กระบือ   หมู   เป็ด   ปลา

               อุตสาหกรรม  มีโรงงานอุตสาหกรรม   ๙  แห่ง   ที่สำคัญได้แก่  โรงสี  ๗  แห่ง  โรงงานผลิตน้ำดื่ม   ๒   แห่ง  มีโรงแรม  จำนวน  ๓  แห่ง  คือ  พิพัฒน์รีสอร์ท   สุพรรีสอร์ท   และ จ.เจริญรีสอร์ท

                การเงิน-ธนาคาร  มีสถาบันการเงิน   แห่ง  คือ ธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารทหารไทย  ธนาคารสหกรณ์เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ธนาคารออมสิน  ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพานิช ธนาคารกสิกรไทย มีตู้เอทีเอ็มของธนาคาร  ๗  ธนาคาร

               รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี   ประมาณ  ๕๕,๕๓  บาท ต่อ ปี  (ข้อมูลจากพัฒนาชุมชน อำเภอตระการพืชผบ ๒๕๕๘)

 

 ด้านการศึกษา

มีจำนวนสถานศึกษา ๑๐๐  แห่ง  จำนวนนักเรียน   ๒๐,๒๙๗  คน  แบ่งเป็น  อาชีวะศึกษา  ๑  แห่ง  มัธยมศึกษา  ๕  แห่ง  ประถมศึกษา  ๙๓  แห่ง   การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ๑  แห่ง   และ กศน.ตำบล  ๒๓   แห่ง 

ด้านสาธารณสุข

สถานบริการสาธารณสุข  ประกอบด้วยโรงพยาบาลรัฐ  ขนาด  ๖๐  เตียง  ๑ แห่ง  ศูนย์สุขภาพชุมชน ๒๘ แห่ง  คลินิก ๑๕  แห่ง   อัตราการเกิดร้อยละ ๘๐  ต่อปี   การตายร้อยละ  ๑๐  ต่อปี  สาเหตุการตายที่สำคัญ  ๓  อันดับแรก  คือโรคชราภาพ  โรคอุบัติเหตุ  และโรคป่วย    

                                                                             

ด้านประชากร

อำเภอตระการพืชผล  มีครัวเรือนจำนวนทั้งสิ้น  ๒๔,๗๔๑ หลัง        
          จำนวนประชากรทั้งสิ้น
    รวม     ๙๓,๑๑๐       คน
          จำนวนประชากรชาย      รวม     ๕๖,๐๔๙       คน
          จำนวนประชากรหญิง      รวม     ๔๗,๐๖๑       คน

             
ที่มา : สำนักบริหารการทะเบียน  กรมการปกครอง  อำเภอตระการพืชผล                        
           สำนักบริหารการทะเบียน  กรมการปกครอง ท้องถิ่นเทศบาลตำบลตระการพืชผล
     ข้อมูล  ณ  วันที่  ๑๔/ธันวาคม/๒๕๕๘

ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน

ยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ที่  ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา

          ๑.๑ ลดจำนวน/จัดการศึกษาสำหรับผู้ไม่รู้/ผู้ลืมหนังสือ

          ๑.๒ มุ่งเน้นการจัดการศึกษานอกระบบให้กับกลุ่มเป้าหมายทั่วไป และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

          ๑.๓ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

          ๑.๔ ใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยและเหมาะสมเป็นเครื่องมือในการสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษา

          ๑.๕ ส่งเสริมการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย กศน. (ทวิศึกษา กศน.)

          ๑.๖. มุ่งเน้นการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแรงงาน

 

ยุทธศาสตร์ที่  สร้างอุดมการณ์  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์และสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์

          ๒.๑ ส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากพระราชวงศ์

          ๒.๒ ส่งเสริมให้ชุมชนจัดตั้งหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อเสริมสร้างอุดมการณ์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 

/..๒.๓ ส่งเสริม

          ๒.๓ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต การสร้างจิตสาธารณะ การต้านยาเสพติดในรูปแบบกิจกรรมลูกเสือยุวกาชาด

          ๒.๔ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์และข้อมูลความเป็นมาของชุมชนเพื่อสร้างสํานึกการรักถิ่นและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

          ๒.๕ เร่งสร้างความรู้ ความตระหนัก และปลูกจิตสํานึกด้านคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลตลอดจนความรู้เรื่องกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรทุกระดับทุกประเภท

 

ยุทธศาสตร์ที่  จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต 

          ๓.๑ มุ่งเน้นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดชุมชนรักการอ่าน สร้างการอ่าน เสริมการเรียนรู้ ในรูปแบบหมู่บ้าน/ชุมชนแห่งการอ่าน อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน บ้านหนังสือชุมชน สู่ “อุบลราชธานี นครแห่งการอ่าน”

          ๓.๒ มุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว 

          ๓.๓ มุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนในรูปแบบกลุ่มสนใจในเรื่องต่างๆ 

          ๓.๔ มุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนการดําเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านอาเซียนของ สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี ที่ทําหน้าที่รวบรวมและจัดทําฐานข้อมูลพื้นฐานของศูนย์อาเซียนของหน่วยงานในสังกัด

          ๓.๕ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนในเชิงรุกที่หลากหลาย ทันสมัย สร้างสรรค์ต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการของประชาชนและชุมชนและความจําเป็นเร่งด่วนต่างๆของแต่ละชุมชน รวมทั้งมีการ บูรณาการความรู้ในชุมชนเพื่อเชื่อมโยงกับหลักสูตรต่างๆ ของ กศน. และใช้ทุนทางสังคมของแต่ละชุมชนให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ โดยใช้ กศน.ตําบลที่ดําเนินการอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

ยุทธศาสตร์ที่ พัฒนา กศน.ตําบลให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อสร้างและกระจายโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน

          ๕.๑ ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาเครือข่าย กศน.ตําบล โดยเน้นการประสานเชื่อมโยงระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน และภาคีเครือข่ายอื่น ที่ดําเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เพื่อการทํางาร่วมกัน การส่งต่อ ผู้เรียน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในอันที่จะเสริมสร้างสมรรถนะสําหรับการให้บริการทางการศึกษาที่สนองตอบต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

          ๕.๒ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กศน.ตําบล ให้มีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการการศึกษา และการเรียนรู้ที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนและชุมชน และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง

 

          ๕.๓ พัฒนากระบวนการดําเนินงานใน กศน.ตําบล โดยให้ความสําคัญกับการใช้วงจรคุณภาพ            เดมมิ่ง (PDCA) เพื่อการวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล และการนําผลมาพัฒนาการดําเนินงาน กศน.ตําบล อย่างต่อเนื่อง

กลไกการขับเคลื่อน

 

          ๑.ระดับตำบล

          ๑.๑ จัดทําแผนพัฒนา กศน.ตําบล ในรูปแบบ Micro Planning เพื่อการขับเคลื่อนงานในระดับตําบล

          ๑.๒ ใช้ แผนปฏิบัติการ กศน.ตําบล เป็นแนวทางการขับเคลื่อนงานในสถานศึกษาและเป็นกรอบแนวทางในการนิเทศติดตามและประเมินผล

          ๑.๓ ใช้ชุมชนเป็นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กศน. โดย กศน.ตำบลศูนย์การเรียนชุมชนและแหล่งเรียนรู้ชุมชน เป็นหน่วยจัดและให้บริการ

          ๑.๔ ใช้วงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA)ในการดำเนินงาน/กิจกรรม/โครงการ ของ กศน.ตำบล

 

          ๒.ระดับสถานศึกษา(อำเภอ)

          ๒.๑ จัดทําแผนพัฒนา กศน.อําเภอ และแผนปฏิบัติการ กศน.อําเภอ โดยใช้ข้อมูลจากแผนพัฒนา

 

 กศน.ตําบล และ แผนปฏิบัติการ กศน.ตําบล

          ๒.๒ ใช้ข้อมูลแผนพัฒนา กศน.ตำบล และแผนปฏิบัติการ กศน.ตําบล ในสังกัดของ กศน.อําเภอเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการการดําเนินงาน

          ๒.๓ สถานศึกษาจัดทำคู่มือการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย